“ยินดีด้วยที่สอบผ่านค่ะ! ตั้งแต่วันนี้ คุณได้เป็นสมาชิกของกิลด์นักผจญภัยอย่างเป็นทางการแล้ว”
หลังการสอบ ผมกลับเข้ามาด้านในเพื่อจัดการเอกสารสมัครให้เรียบร้อย ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ปฏิเสธการรับเข้าเพียงเพราะผมเป็นโนวิซ หลังจากสอบผ่านแล้ว
“ขอบคุณ”
ผมรับบัตรกิลด์ใบใหม่เอี่ยมมา บนบัตรสลักชื่อ ‘เอลด์’ กับแรงก์ F เอาไว้ ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาด
“ต้องการให้ดิฉันอธิบายข้อกำหนดและเงื่อนไขไหมคะ? ไม่ฟังก็ได้ แต่ดิฉันขอแนะนำให้ฟังค่ะ!”
เธอพูดพลางส่งกระดาษที่เขียนข้อกำหนดมาให้ ในเมื่อจะเข้าร่วมกิลด์ ผมก็ควรรู้กฎระเบียบต่าง ๆ บนโลกเคยมีการหลอกลวงที่อาศัยจังหวะคนเซ็นสัญญาโดยไม่อ่านให้ถี่ถ้วน จนมองข้ามเงื่อนไขร้ายกาจที่เขียนด้วยตัวเล็ก ๆ
“ได้ ช่วยอธิบายให้ฟังที หลังจากนั้นผมจะอ่านข้อกำหนดด้วยตัวเองอีกครั้ง”
“ได้ค่ะ ดิฉันจะอธิบายเฉพาะประเด็นสำคัญ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม คุณอ่านจากเอกสารได้เลย เรื่องแรกและสำคัญที่สุดคือหน้าที่กับความรับผิดชอบของนักผจญภัยค่ะ”
เธอชี้ไปยังส่วนบนสุดของเอกสาร ตรงนั้นเขียนว่า ‘หน้าที่และความรับผิดชอบของนักผจญภัย’
“มีเพียงสามข้อค่ะ ห้ามรายงานข้อมูลเท็จต่อกิลด์ ห้ามเปิดเผยข้อมูลลับที่ได้รับจากผู้ว่าจ้าง และต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่เข้าไปทำงาน”
เข้าใจง่ายดี
“ถ้าผิดเงื่อนไขพวกนี้จะเป็นอย่างไร?”
“จะถูกลงโทษตามลักษณะของการกระทำผิดค่ะ มีตั้งแต่พักใช้ใบอนุญาตชั่วคราว ไปจนถึงเพิกถอนและห้ามลงทะเบียนอีก สำหรับการกระทำที่เป็นอาชญากรรม จะถูกลงโทษตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ กรณีเลวร้ายที่สุดอาจถึงขั้นประหารชีวิตค่ะ”
บทลงโทษรุนแรงทีเดียว...แต่ผมไม่ได้คิดจะฝ่าฝืนอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหา มีเพียงเรื่องหนึ่งที่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจ
“นักผจญภัยมีหน้าที่และความรับผิดชอบแค่สามข้อนี้ใช่ไหม? ไม่มีคำร้องฉุกเฉิน (คำร้องบังคับระหว่างเหตุการณ์ฉุกเฉิน) อะไรที่จำเป็นต้องรับใช่ไหม?”
ใน BBO มีสิ่งที่เรียกว่าคำร้องฉุกเฉิน ซึ่งจะเริ่มขึ้นระหว่างกิจกรรมภายในเกม คำร้องเหล่านี้เป็นภาคบังคับ และผู้เล่นจะรับคำร้องปกติไม่ได้จนกว่าจะทำสำเร็จหรือจนกว่ากิจกรรมจะจบ หากทำคำร้องฉุกเฉินไม่สำเร็จ ยังต้องเสียเงินเป็นค่าปรับอีกด้วย ระบบนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในระบบห่วย ๆ ของเกม หากโลกนี้มีระบบเดียวกัน การเข้าร่วมกิลด์ก็คงมีความเสี่ยงอยู่บ้าง
“นักผจญภัยมีสิทธิ์ตัดสินใจเองทั้งหมดว่าจะรับคำร้องหรือไม่ค่ะ ต่อให้เป็นเหตุฉุกเฉินก็ไม่มีใครบังคับให้รับ หน้าที่และความรับผิดชอบของนักผจญภัยมีเพียงสามข้อนี้จริง ๆ”
เธอพูดพลางชี้ไปยังส่วนที่เขียนเงื่อนไขไว้ ดูเหมือนกิลด์นักผจญภัยของโลกนี้จะปฏิบัติต่อสมาชิกดีกว่าใน BBO
“เข้าใจแล้ว อธิบายต่อได้เลย”
“ค่ะ เรื่องสำคัญถัดไปคือคำร้อง สิ่งที่ต้องระวังเมื่อรับคำร้อง ได้แก่ กำหนดเวลาทำงานให้สำเร็จและค่าปรับกรณีผิดสัญญา”
กำหนดเวลาทำงานให้สำเร็จกับค่าปรับกรณีผิดสัญญา...แค่ชื่อก็เข้าใจได้อยู่แล้ว แต่ฟังต่อไว้เผื่อมีอะไรสำคัญดีกว่า
“กำหนดเวลาทำงานให้สำเร็จ หมายถึงระยะเวลาที่คุณต้องทำคำร้องให้ลุล่วง หากทำไม่สำเร็จก่อนครบกำหนด จะถือว่าล้มเหลว ส่วนค่าปรับกรณีผิดสัญญาคือจำนวนเงินที่ต้องชำระเมื่อทำคำร้องล้มเหลว โดยทั่วไปคำร้องปกติมีค่าปรับไม่สูงนัก แต่คำร้องเร่งด่วนหรือคำร้องที่หากล้มเหลวแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง อาจมีค่าปรับสูงขึ้น กรุณาระวังด้วยนะคะ”
“ถ้าผมทำคำร้องเสร็จแล้ว แต่ถึงกำหนดเวลาก่อนกลับมารายงานล่ะ?”
“กำหนดส่งรายงานจะขึ้นอยู่กับระยะทางของสถานที่ทำคำร้อง โดยทั่วไปจะอยู่ที่หนึ่งถึงสองวันหลังกำหนดเวลาทำงานให้สำเร็จ หากกลับมารายงานก่อนกำหนดก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่หากทำคำร้องสำเร็จแล้วกลับไม่ส่งรายงานภายในเวลา จะถือว่าล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจเปลี่ยนผลให้ถือว่าคำร้องสำเร็จภายหลังได้ หากสาเหตุที่ส่งรายงานไม่ทันเกิดจากเหตุสุดวิสัย”
เข้าใจแล้ว ก่อนรับคำร้อง ผมต้องตรวจสอบกำหนดเวลาและค่าปรับกรณีผิดสัญญาก่อน
“ประเด็นสำคัญมีเพียงเท่านี้ค่ะ หากมีคำถามก็ถามได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”
เธอยื่นสัญญามาให้ ผมรับมาแล้วอ่านสำรวจทุกซอกทุกมุม ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ ความจริงอย่างน้อยผมควรอ่านสิ่งนี้ก่อนรับบัตรกิลด์ แต่ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีก็ไม่เป็นไร
เอาละ ในเมื่อกำลังจะมุ่งหน้าไปนครหลวง ก็ควรรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น โนวิซอ่อนแอจะตายไป หากไปไม่ถึงที่หมาย ทุกอย่างที่ทำมาก็สูญเปล่า ข้อมูลคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผมเอาชีวิตรอด
“แถวนี้มีสถานที่ที่เก็บสารานุกรมมอนสเตอร์กับคู่มือการต่อสู้ไหม? ผมอยากอ่านก่อนเริ่มทำงานนักผจญภัยจริงจัง”
“ดิฉันไม่คิดว่าคนแข็งแกร่งอย่างคุณจำเป็นต้องอ่านคู่มือการต่อสู้นะคะ...แต่คุณยืมจากห้องสมุดของกิลด์ได้ เพียงแจ้งมา ถ้ามีหนังสือเล่มนั้นอยู่ ดิฉันจะนำมาให้ แต่ห้ามนำออกจากกิลด์นะคะ หากต้องการนำออกไป คุณต้องซื้อหรือคัดลอกเองค่ะ”
“ดีเลย ถ้าอย่างนั้นผมขอยืมสารานุกรมมอนสเตอร์กับคู่มือการต่อสู้ฉบับมาตรฐานที่นักผจญภัยใช้กัน”
“หนังสือมาตรฐาน...”
เธอทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยก่อนเดินหายเข้าไปด้านหลัง ไม่กี่นาทีต่อมาก็กลับมาพร้อมสีหน้าเดิมและหนังสือสองเล่มในอ้อมแขน
“แทบไม่มีนักผจญภัยคนไหนอ่านหนังสือ ดิฉันจึงไม่แน่ใจว่าพวกนี้จะมีประโยชน์หรือเปล่า แต่ถ้าต้องการออกผจญภัยแถวนี้ คิดว่าสองเล่มนี้เหมาะที่สุดค่ะ”
เธอยื่นหนังสือมาให้ คู่มือการต่อสู้มีชื่อว่า ‘คู่มือการต่อสู้สำหรับนักผจญภัย จากพื้นฐานสู่ขั้นสูง’ ส่วนสารานุกรมมอนสเตอร์ชื่อ ‘เหล่ามอนสเตอร์ในบริเวณรอบเอเลีย’
หนังสือทั้งสองเล่มค่อนข้างบาง เห็นว่าพวกนักผจญภัยไม่อ่านหนังสือกันอยู่แล้ว ต่อให้จัดพิมพ์เล่มหนากว่านี้ก็คงไม่มีประโยชน์ บางเสียจนผมน่าจะอ่านจบได้ในเวลาไม่นาน เหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้พอดี
เอาละ มาดูกันว่าเทคนิคการต่อสู้กับมอนสเตอร์ของโลกนี้เป็นอย่างไร