เก่งเกมเกิดใหม่เป็นปราชญ์สุดแกร่งในต่างโลก

ตอนที่ 6

เหตุใดมอนสเตอร์กระจอกจึงถูกมองว่าแข็งแกร่ง

“ต้องการขายวัตถุดิบหรือคะ?”

พอผมเดินไปถึงเคาน์เตอร์รับซื้อ พนักงานต้อนรับก็ทักด้วยรอยยิ้มสดใส

“อือ ผมอยากขายเขี้ยวมอนสเตอร์ แต่ไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร”

“...ไม่รู้ชื่อมอนสเตอร์ที่ตัวเองฆ่าหรือคะ? ถ้าเป็นมือใหม่ก็พอเข้าใจได้ แต่ก่อนต่อสู้ คุณควรศึกษาศัตรูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ”

เธอพูดพลางมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูเหมือนจะเป็นห่วง

ที่พูดมาก็ถูก การสู้กับศัตรูโดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย ที่นี่ไม่เหมือนใน BBO หากตายแล้วก็ไม่มีการเกิดใหม่ ผมควรระมัดระวังให้มากกว่านี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่ไม่รู้จัก

“ผมเป็นมือใหม่...ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับกิลด์ด้วยซ้ำ เดี๋ยวนะ ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ขายของได้เหรอ?”

“ได้ค่ะ แต่มอนสเตอร์แต่ละชนิดมีชิ้นส่วนที่ขายได้แตกต่างกัน จึงรับประกันไม่ได้ว่าจะขายเขี้ยวชิ้นนี้ได้นะคะ”

...เอาให้เธอดูเลยน่าจะเร็วกว่า คนที่ทำงานฝ่ายรับซื้อคงแค่เห็นวัตถุดิบก็รู้แล้วว่ามาจากมอนสเตอร์อะไร

“ผมอยากขายเขี้ยวพวกนี้”

ผมหยิบมันออกมาให้ดู เธอเหลือบมองเพียงแวบเดียว

“เขี้ยววูล์ฟ!”

...ดูเหมือนมอนสเตอร์ที่ผมจัดการไปจะถูกเรียกว่าวูล์ฟในโลกนี้เหมือนกัน

“โธ่ อย่าโกหกกันสิคะ คุณซื้อเขี้ยวนี่มาจากไหน? มีบางคนซื้อวัตถุดิบจากข้างนอกแล้วนำมาขายที่นี่ก็จริง แต่ถ้าไม่มีคำร้องอย่างเป็นทางการ ต่อให้ขายก็จะไม่นับเป็นผลงานและไม่บันทึกลงประวัตินะคะ”

เธอคิดว่าผมซื้อเขี้ยวมาเพื่อสะสมผลงานสินะ แต่การฆ่ามอนสเตอร์อ่อนแอขนาดนั้นจะนับเป็นผลงานได้จริงหรือ... บางทีวูล์ฟที่ผมเจออาจเป็นตัวที่อ่อนแอกว่าปกติก็ได้

“ผมเพิ่งฆ่ามันมาเมื่อกี้ ว่าแต่มันเป็นมอนสเตอร์แรงก์ C จริงเหรอ? ไม่น่าจะใช่นะ”

“จริงค่ะ ในสารานุกรมมอนสเตอร์ของกิลด์เขียนไว้แบบนั้น”

“ถ้างั้นตัวที่ผมฆ่าคงบังเอิญอ่อนแอกว่าปกติ”

“เป็นมอนสเตอร์สายพันธุ์เดียวกัน ความแข็งแกร่งไม่น่าต่างกันมากขนาดนั้นนะคะ อีกอย่าง คุณบอกว่าเพิ่งฆ่ามันมาเมื่อกี้ แต่เขี้ยวพวกนี้สะอาดเกินไปค่ะ”

ก็จริงของเธอ นึกขึ้นได้ว่าโลกนี้ไม่รู้จักคลีนส์ด้วยนี่นา

เอาเป็นว่าพักเรื่องใครเป็นคนฆ่าวูล์ฟไว้ก่อนแล้วกัน ความจริงผมเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเท่าไร ไม่ได้ต้องการผลงานอะไรอยู่แล้ว

“ช่างเรื่องนั้นเถอะ เขี้ยวพวกนี้ขายได้ใช่ไหม? ราคาเท่าไร?”

ผมยื่นเขี้ยวให้พนักงานต้อนรับ

เนื่องจากนครหลวงอยู่บนทวีปข้างเคียง การหาเงินทุนจึงสำคัญมาก ผมว่ายข้ามทะเลไปเองไม่ได้ และเมื่อดูจากระดับอารยธรรมที่ยังไม่ก้าวหน้านักของโลกนี้ อาจต้องใช้เงินก้อนโตเพื่อเดินทางไปถึงที่นั่น

“จะไม่ถูกบันทึกเป็นผลงาน แต่ทางเรารับซื้อได้ค่ะ ราคามาตรฐานคือ 32,000 กิล แต่เพราะจัดการชิ้นส่วนมาได้เรียบร้อยมาก ดิฉันให้ 34,000 กิล เป็นอย่างไรคะ?”

เยอะชะมัด ใน BBO วัตถุดิบจากมอนสเตอร์ทั่วไปขายแทบไม่ได้ราคา เงิน 34,000 กิล ถ้าประหยัดหน่อยก็อยู่ได้หนึ่งสัปดาห์ ผมควรขอบคุณที่ได้เจอวูล์ฟตัวนั้นสินะ

“ตกลง เอาราคานั้น แล้วผมลงทะเบียนกับกิลด์ด้วยได้ไหม?”

“ได้แน่นอนค่ะ แต่ต้องผ่านการทดสอบง่าย ๆ ก่อน ค่าสมัครสอบ 5,000 กิลค่ะ”

“ได้ ผมจะลงทะเบียน”

ผมพูดพลางส่งเขี้ยวให้เธอ แผนของผมคือขายวัตถุดิบแล้วถือโอกาสลงทะเบียนไปพร้อมกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากยื่นใบสมัครสอบให้เสร็จ ก่อนที่พวกเขาจะรู้ว่าผมมีอาชีพอะไร หากรู้ว่าเป็นโนวิซ อาจถูกปฏิเสธไม่ให้ลงทะเบียนตั้งแต่ยังไม่ได้สอบด้วยซ้ำ—ตอนแรกผมคิดไว้อย่างนั้น...

“เรียบร้อยค่ะ นี่คือเงินของคุณหลังหักค่าสมัครสอบแล้ว 29,000 กิล”

เธอยื่นถุงใส่เหรียญเงินมาให้ เหรียญเงินหนึ่งเหรียญมีค่า 1,000 กิล ผมนับดูครบ 29 เหรียญ ระหว่างนั้นพนักงานต้อนรับก็ถามคำถามที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุด

“คุณมีอาชีพอะไรคะ?”

รู้อยู่แล้วว่าต้องถูกถาม ชั่วขณะหนึ่งผมคิดจะโกหกว่าเป็นซอร์ดส์แมนหรืออะไรทำนองนั้น แต่ถ้าถูกสั่งให้ใช้สกิลของซอร์ดส์แมนก็คงโดนจับได้ทันที บอกความจริงดีกว่า

“ผมเป็นโนวิซ”

สีหน้าของเธอหม่นลง เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“...เข้าใจแล้วค่ะ หากสอบไม่ผ่านจะไม่ได้รับเงินคืนนะคะ ตกลงไหม?”

“ไม่ปฏิเสธใบสมัครของผมเหรอ?”

“กิลด์บางแห่งปฏิเสธไม่ให้เข้าสอบ แต่ที่นี่ไม่ทำแบบนั้นค่ะ เราเปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้สอบ เพื่อให้พวกเขายอมเลือกเส้นทางอาชีพอื่นนอกเหนือจากนักผจญภัย เราเชื่อว่านั่นเป็นผลดีกับตัวผู้สมัครเองค่ะ”

สรุปคือจงใจทำให้สอบตกสินะ แต่เมื่อกี้เธอบอกว่าการทดสอบง่ายไม่ใช่หรือ

“เมื่อกี้บอกว่าการทดสอบง่ายไม่ใช่เหรอ?”

“ง่ายค่ะ อย่างน้อยก็สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นโนวิซ”

เธอพูดพลางคลี่กระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะ ด้านบนเขียนว่า ‘ตัวเลือกหัวข้อการทดสอบ’ ดูเหมือนผมจะเลือกหัวข้อสอบเองได้

“กรุณาเลือกหัวข้อที่จะสอบค่ะ ไม่ว่าจะเลือกข้อไหน หากสอบผ่านก็จะได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน”

เธอพูดเสริมพร้อมชี้ไปยังหัวข้อต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่หลายสิบข้อ ขอเพียงสอบผ่านข้อใดข้อหนึ่งก็จะได้เป็นนักผจญภัยสินะ

แต่หัวข้อส่วนใหญ่กำหนดให้ใช้สกิลเฉพาะของอาชีพใดอาชีพหนึ่ง เช่น ‘ใช้พาวเวอร์สแลช (สกิลโจมตีที่รุนแรงกว่าการโจมตีปกติมากกว่าสิบเท่า) สำเร็จติดต่อกัน 5 ครั้ง’ หรือ ‘ร่ายเวทฟื้นฟู ฮีล (เวทฟื้นฟู) สำเร็จ’ แน่นอนว่าไม่มีสกิลใดที่โนวิซใช้งานได้

เมื่อตัดหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสกิลออกก็เหลือเพียงข้อเดียว ‘เอาชนะผู้คุมสอบซึ่งเป็นซอร์ดส์แมนในการประลองจำลอง’

พูดตามตรง นี่เป็นข้อสอบที่โหดมาก ผมไม่มีสกิลต่อสู้ แถมสเตตัสยังเป็นของโนวิซ หรือก็คือต่ำที่สุดในบรรดาอาชีพทั้งหมด ความแตกต่างระหว่างอาชีพเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง นั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่เปลี่ยนอาชีพที่บ้านเกิด แต่เลือกจะเดินทางไปนครหลวงเพื่อรับอาชีพที่แข็งแกร่งที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ผมน่าจะยังอยู่เลเวล (ระดับตัวละคร) 1 เพราะค่าประสบการณ์จากการกำจัดวูล์ฟเพียงตัวเดียวไม่พอให้ขึ้นเลเวล 2 ...ทั้งนี้ก็ต้องสมมติว่าโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าเลเวลอยู่ด้วย

ถึงจะคุ้นเคยกับการต่อสู้ใน BBO แต่ในสภาพตอนนี้ ผมไม่คิดว่าจะเอาชนะซอร์ดส์แมนที่ผ่านการฝึกฝนมาได้ ไม่มีโอกาสชนะเลย เว้นแต่ว่าอีกฝ่ายจะต่อสู้ไม่เก่งเอาเสียเลย

แต่ถึงสอบตก ผมก็แค่เสียเงิน 5,000 กิล ลองดูสักตั้งก็แล้วกัน

“ผมเลือกข้อนี้”

“ได้ค่ะ ผู้คุมสอบอยู่ที่ลานฝึก กรุณาตามดิฉันมา”

เธอเดินออกจากเคาน์เตอร์แล้วเปิดประตูไปยังสถานที่ฝึกของกิลด์

ดูเหมือนจะได้สอบกันเดี๋ยวนี้เลย

← ตอนที่ 1 สารบัญ ตอนที่ 7 →