เก่งเกมเกิดใหม่เป็นปราชญ์สุดแกร่งในต่างโลก

ตอนที่ 12

ผมต้องรับมือกับฝูงศัตรู

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังพักค้างคืนที่โรงแรม ผมเดินสำรวจเมืองเพื่อหาซื้อดาบเล่มใหม่

อาวุธเป็นสิ่งสำคัญ ต่อให้คุ้นเคยกับการต่อสู้หรือทำคริติคอลฮิตได้ แต่ถ้าสเตตัสต่ำเกินไป ก็ไม่อาจโค่นศัตรูลงได้

ที่ผ่านมาผมกำจัดศัตรูทุกตัวได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เพราะพวกมันอ่อนแอ ต่างจากใน BBO ตรงที่โลกนี้มองไม่เห็นค่าสเตตัส แต่ความสำคัญของสเตตัสก็ไม่ได้เปลี่ยนไป

หากพลังป้องกันของเลสเซอร์วูล์ฟสูงกว่าวูล์ฟสองเท่า การโจมตีแบบคริติคอลของผมอาจถูกต้านไว้ และตอนนี้ผมก็คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ นั่นแหละคือความสำคัญของสเตตัส

ระหว่างคิดเรื่องนั้น ผมก็มาถึงร้านขายอุปกรณ์ใกล้กิลด์ จากที่ถามทหารยามมา นี่เป็นร้านขายอุปกรณ์เพียงแห่งเดียวในเมือง เจ้าของร้านไม่ได้ผลิตสินค้าเอง แต่รับซื้อมาขายต่อ

“ยินดีต้อนรับครับ คุณลูกค้ากำลังมองหาอะไรอยู่หรือ?”

“ดาบที่ค่อนข้างสั้นและเหมาะกับรูปร่างของผม”

“ดาบสั้นหน่อยสินะครับ... ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้”

เขาพาผมไปยังส่วนหนึ่งของร้าน ซึ่งจัดแสดงดาบใหม่เอี่ยมไว้เป็นจำนวนมาก ทุกเล่มมีราคา 30,000 กิล ถือว่าไม่แพงเกินไป

แต่พลังโจมตีดูจะไม่ค่อยสูง แม้ดีกว่าดาบที่ใช้อยู่ตอนนี้ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นฝากชีวิตไว้กับมันได้

“มีของที่ดีกว่านี้ไหม?”

“ผมจะพาไปดูดาบที่ดีที่สุดในร้านครับ แต่ราคาจะแพงขึ้นมาหน่อย”

เขาพาผมลึกเข้าไปด้านในร้าน แล้วนำดาบที่ติดป้ายราคา 150,000 กิลมาให้ดู ความยาวกำลังพอดี

“ขอลองเหวี่ยงดูสักสองสามครั้งได้ไหม?”

“เชิญเลยครับ”

ผมหยิบดาบราคา 150,000 กิลขึ้นมา แล้วลองเหวี่ยงเบา ๆ

เป็นดาบที่ดี แม้ไม่มีคุณสมบัติอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่สร้างขึ้นอย่างประณีต ด้วยดาบเล่มนี้ ผมคงต่อสู้ได้โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะแตกเป็นชิ้น ๆ ถ้าซื้อ เงินเกือบทั้งหมดจะหมดไป แต่ถึงอย่างนั้นก็จะซื้อ

เพราะโนวิซมีสเตตัสแย่มาก อย่างน้อยจึงอยากเพิ่มพลังโจมตีด้วยอาวุธ

“ผมเอาเล่มนี้”

“ขอบคุณมากครับ!”

ผมจ่ายเงิน 150,000 กิลให้เจ้าของร้าน แล้วรับดาบเล่มใหม่มา

“สนใจซื้อชุดเกราะไปด้วยไหมครับ? ผมลดราคาให้ได้!”

ชุดเกราะเหรอ? สวมแล้วความทนทานย่อมเพิ่มขึ้นแน่ แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็น ด้วยพลังป้องกันพื้นฐานของโนวิซ ชุดเกราะระดับนี้คงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก กลับกัน มันมีแต่จะทำให้เคลื่อนไหวช้าลง เพิ่มโอกาสถูกโจมตี ซึ่งเป็นข้อเสียร้ายแรง ถ้ามีชุดเกราะที่ให้ผลพิเศษช่วยเพิ่มความเร็ว ผมก็อยากได้อยู่หรอก แต่ดูเหมือนร้านนี้จะไม่มีของพิเศษแบบนั้น ถึงมีก็ไม่มีเงินซื้ออยู่ดี

“ไม่เป็นไรครับ”

เอาละ เงินแทบหมดแล้ว ต้องไปหาเพิ่มเสียที



“วันนี้มีคำร้องกำจัดเลสเซอร์วูล์ฟไหม?”

“มีค่ะ! โควตาของคำร้องกำจัดยังเหลืออีก 32 ตัว”

“โควตาคำร้องกำจัด?”

“หมายถึงจำนวนมอนสเตอร์สูงสุดที่กำจัดแล้วจะได้รับรางวัลค่ะ ต่อให้กำจัดเกินกว่านั้นก็จะไม่ได้เงิน อีกอย่าง มอนสเตอร์ในพื้นที่มีจำนวนจำกัด ยิ่งเข้าใกล้โควตา โอกาสพบเจอก็จะยิ่งลดลง นักผจญภัยมากประสบการณ์จะไม่รับคำร้องกำจัดที่เหลือเป้าหมายน้อยกว่าห้าตัวค่ะ”

เข้าใจแล้ว หมายความว่าการกำจัดเกินโควตาไม่มีประสิทธิภาพ

“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมจะหาคำร้องอื่นด้วย”

“เอ๊ะ? คำร้องกำจัดเลสเซอร์วูล์ฟยังเหลืออีก 32 ตัวนะคะ”

“ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงก็หมดแล้ว แทนที่จะกลับมารับคำร้องใหม่ ผมรับอีกคำร้องไปทำพร้อมกันทีเดียวดีกว่า”

ผมตอบพลางเริ่มมองหาคำร้องอื่น

ผมไม่อยากเป็นโนวิซอยู่นาน ถ้าต้องการเปลี่ยนอาชีพให้เร็วขึ้น ก็ต้องเก็บเงินสำหรับเดินทางไปนครหลวง

“สามสิบสองตัวในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง...?”

“ได้ยินไม่ผิดหรอก มอนสเตอร์ประเภทหมาป่ามีประสาทตรวจจับดีกว่า แถมยังชอบรวมฝูง เลยกำจัดทีละมาก ๆ ได้ง่าย”

อีกอย่าง ผมไม่จำเป็นต้องตามหาพวกมันด้วย พวกมันจะเป็นฝ่ายเห็นผมก่อนแล้วพุ่งเข้ามาหาเอง แน่นอนว่าหากถูกสองฝูงขึ้นไปโจมตีขนาบข้างจะอันตราย แต่ผู้เล่นระดับสูงใน BBO รู้วิธีหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนั้น

ผมฆ่าหมาป่าได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว นี่จึงเป็นงานในอุดมคติสำหรับคนที่มีประสบการณ์ต่อสู้ แต่สเตตัสแย่อย่างผม น่าเสียดายที่กำจัดได้เพียงจำนวนที่กำหนด จึงต้องหาคำร้องอื่นเพิ่ม

ผมไล่ดูคำร้องต่าง ๆ ถ้าขอให้เทเรซาช่วย เธอคงยื่นงานที่ยากกว่าเลสเซอร์วูล์ฟมาให้อีก หากต้องการงานที่มีความยากพอเหมาะ ก็ต้องเลือกด้วยตัวเอง

ตอนนี้ผมประเมินความสามารถของตัวเองว่าอยู่ช่วงบนของแรงก์ E แม้จะโค่นวูล์ฟแรงก์ C ได้ แต่ตอนนั้นมันอยู่เพียงตัวเดียว ผมไม่คิดว่าจะชนะหากต้องสู้กับพวกมันทั้งฝูง เพราะฉะนั้น คำร้องแรงก์ C ยังไม่ใช่ตัวเลือก ความแตกต่างระหว่างแค่ ‘ชนะได้’ กับ ‘ชนะได้อย่างแน่นอนแม้จะใช้เวลาหน่อย’ นั้นมหาศาล

ดังนั้นจะหลีกเลี่ยงคำร้องที่ต้องกำจัดมอนสเตอร์แข็งแกร่งกว่าเลสเซอร์วูล์ฟ ระดับความยากย่อมสะท้อนอยู่ในค่าตอบแทน ในเมื่อเลสเซอร์วูล์ฟให้รางวัล 7,000 กิล ผมก็แค่หาคำร้องที่ให้รางวัลต่ำกว่านั้น

แล้วก็พบคำร้องที่เหมาะพอดี

คำร้องกำจัดสเปียร์เมาส์ (มอนสเตอร์หนูหัวแหลมคล้ายหอก) แรงก์ E
รางวัลตัวละ 4,000 กิล
โควตากำจัด 546 ตัว

รางวัลไม่สูงเกินไป แถมโควตายังเหลืออีกมาก คราวนี้ผมคงหาเงินได้อย่างปลอดภัย

“ผมขอรับคำร้องนี้”

“คำร้องกำจัดสเปียร์เมาส์ใช่ไหมคะ? ดิฉันคิดว่าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมค่ะ เหมาะกับคุณเอลด์มากเลย!”

ดูเหมือนเธอจะสนับสนุนตัวเลือกของผม ถึงเป็นคำร้องแรงก์ต่ำกว่า แต่บางทีเธอคงเข้าใจแล้วว่านี่เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล



หลายชั่วโมงต่อมา หลังจัดการคำร้องเลสเซอร์วูล์ฟเสร็จ ผมก็มุ่งหน้าไปยังแหล่งล่าสเปียร์เมาส์

อนึ่ง หลังถามตำแหน่งจากเทเรซา ผมยังยืนยันเส้นทางกับทหารยามของเมืองอีกรอบ คราวนี้จะได้ไม่มีทางถูกหลอก มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่รู้จักเรียนรู้จากประสบการณ์

“ที่นี่คือป่าสเปียร์เมาส์สินะ?”

หลังออกวิ่งได้ไม่นาน ผมก็มาถึงป่า รู้สึกว่าไกลกว่าที่เทเรซาบอกพอสมควร แต่คลาดเคลื่อนไปสามสิบนาทีก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ ที่นี่น่าจะเป็นป่าสเปียร์เมาส์ คิดว่านะ

ใน BBO ไม่มีมอนสเตอร์ประเภทหนู นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้สู้กับพวกมัน ควรเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้ตอนนี้ เมื่อเจอมอนสเตอร์ประเภทหนูที่แข็งแกร่งกว่าในอนาคต จะได้รับมือเป็น

ผมสำรวจด้านในป่า ก่อนพบหนูตัวใหญ่ที่มีหัวแหลมเหมือนหอก ที่ว่า ‘ใหญ่’ ก็แค่เมื่อเทียบกับหนูธรรมดาเท่านั้น มันสูงราวสี่สิบเซนติเมตร

ลองจัดการดูสักตัวแล้วกัน ผมมุ่งตรงเข้าไปหาสเปียร์เมาส์ เมื่ออยู่ห่างประมาณสามสิบเมตร มันก็หันมาทางผม ดูเหมือนจะสังเกตเห็นแล้ว

“ระยะตรวจจับประมาณสามสิบเมตร...”

เวลาเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์เป็นครั้งแรก การรวบรวมข้อมูลสำคัญกว่าการสังหารมัน

เอาละ ต่อไปจะทำอะไร? ผมค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ พลางจับตาดูการเคลื่อนไหวของสเปียร์เมาส์ แต่การกระทำถัดไปของมันกลับอยู่เหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง

มันแหงนหน้าส่งเสียงร้องขึ้นฟ้า มีความหมายเพียงอย่างเดียว มันกำลังเรียกพวกพ้อง

หลังจากมันร้องอีกสองสามครั้ง เสียงแบบเดียวกันก็ดังตอบมาจากทั่วทุกทิศ

...คงไม่ได้มีแค่สิบหรือยี่สิบตัว อย่างน้อยต้องหลักร้อย

“แย่แล้ว...”

หากเป็นฝูงเล็กกว่านี้ ผมยังพอทำให้ต้องสู้ทีละตัวซ้ำ ๆ ได้ แต่เมื่อมีจำนวนอย่างน้อยหลักสิบ วิธีนั้นย่อมใช้ไม่ได้

สิ่งเดียวที่ยังพอเป็นความหวังคือพวกมันอยู่แรงก์ E หากกิลด์ไม่ได้ประเมินแรงก์ผิด ความอันตรายก็น่าจะพอ ๆ กับเลสเซอร์วูล์ฟ ที่จริงเลสเซอร์วูล์ฟนับเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์แรงก์ E ที่แข็งแกร่งที่สุดด้วยซ้ำ มีความเป็นไปได้สูงว่าสเปียร์เมาส์พวกนี้จะรับมือง่ายกว่า

แต่ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่สำคัญ ตอนนี้ผมยังไงก็ต้องสู้

“รับไป!”

ผมหยุดสำรวจสถานการณ์ แล้วพุ่งเข้าฟันสเปียร์เมาส์ตัวใกล้ ๆ ไม่คิดจะเล็งคริติคอลฮิต เพราะสิ่งสำคัญคือต้องโจมตีให้โดนโดยเร็วที่สุด แต่แค่นั้นก็มากพอที่จะฆ่ามันในการโจมตีครั้งเดียว

อ่อนแอจริง ๆ อ่อนแอกว่าเลสเซอร์วูล์ฟมาก ที่ได้รับการจัดให้อยู่แรงก์ E คงเป็นเพราะพวกมันโจมตีเป็นฝูง

ทว่าสเปียร์เมาส์พวกนี้กลับเป็นคู่ต่อสู้ที่ผมเสียเปรียบที่สุด ตอนนี้สเตตัสของผมแทบจะต่ำสุด และอาศัยฝีมือชดเชยจนพอต่อสู้ได้อย่างหวุดหวิด

ถึงอย่างไร ความแตกต่างด้านสเตตัสก็ชดเชยได้ด้วยฝีมือ หลักฐานคือ ตั้งแต่มาถึงโลกนี้ ผมยังไม่เคยถูกโจมตีโดนเลยสักครั้ง

แต่การตะลุมบอนระยะประชิดกับมอนสเตอร์จำนวนมากเป็นคนละเรื่อง ต่อให้มีฝีมือดีเพียงใด ก็ต้องถูกโจมตีแน่นอน การหลบการโจมตีจากมอนสเตอร์หลายสิบตัวนั้นเป็นไปไม่ได้ในทางกายภาพ

ผมจึงประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน จากเสียงร้อง น่าจะมีสเปียร์เมาส์ไม่เกินสามร้อยตัว

สิ่งสำคัญคือพลังโจมตีของพวกมัน แต่ตอนนี้ยังประเมินไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองโดยรวมแล้ว สเตตัสรายตัวน่าจะค่อนข้างต่ำ ผมน่าจะเอาชนะได้

“...ไม่มีทางเลือกนอกจากสู้”

ผมพุ่งเข้าใส่สเปียร์เมาส์ตัวใกล้ ๆ พร้อมดาบในมือ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในสถานการณ์แบบนี้ คือการลดจำนวนศัตรู ยิ่งศัตรูน้อยลง โอกาสถูกโจมตีก็ยิ่งลด และโอกาสชนะยิ่งสูงขึ้น

ทันทีที่กำจัดไปหนึ่งตัว ตัวอื่น ๆ ก็เริ่มรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วกรูกันเข้าใส่ผมไม่ขาดสาย

“อึก เจ็บชะมัด!”

แต่ยังทนความเจ็บปวดไหว บาดแผลไม่ร้ายแรง อย่างที่คิด พวกมันไม่ได้มีพลังมากนัก ผมพิจารณาความเสียหายที่ได้รับควบคู่กับจำนวนศัตรู วิเคราะห์สถานการณ์ชั่วขณะ แล้วได้ข้อสรุปว่า ชนะได้

ผมเหวี่ยงดาบ สังหารสเปียร์เมาส์ทีละตัว พลางอดทนต่อความเจ็บปวด แม้ต้องสู้กับศัตรูหลายตัว ก็ยังใช้ทักษะและเทคนิคของตัวเองได้ ไม่ใช่เพียงเหวี่ยงดาบอย่างสะเปะสะปะ การกำจัดมอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุดอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องกัน นั่นก็นับเป็นฝีมือเช่นกัน และสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึงก็คือ...

“เซลฟ์เคียว”

...จังหวะในการรักษา โนวิซมี MP ต่ำมาก แม้เซลฟ์เคียวจะใช้ MP เพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีใครมีพลังเวทไม่จำกัด จำนวนครั้งที่ใช้สกิลนี้ได้จึงมีขีดจำกัด

หากรักษาช้าเกินไป ก็อาจสายเกินแก้ แต่ถ้าร่ายเร็วเกินไปทั้งที่ยังมี HP (ค่าพลังชีวิต) เหลือมาก ผลการรักษาก็จะสูญเปล่า ผมจึงคอยประเมินว่าต้องฟื้นฟูมากเพียงใด และปรับจังหวะการใช้ให้เหมาะสมระหว่างต่อสู้อย่างต่อเนื่อง

แค่รักษาความเยือกเย็น แล้วทำตัวเป็นเครื่องจักรที่มีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือกำจัดศัตรู ผมจดจ่อกับการเหวี่ยงดาบ พร้อมใช้เซลฟ์เคียวฟื้นฟูร่างกายไปเรื่อย ๆ เมื่อ MP ลดลงจนใกล้ถึงระดับอันตราย สเปียร์เมาส์ทั้งหมดก็ถูกกำจัดเรียบร้อยแล้ว

“...รอดมาได้จนจบสินะ”

เป็นการต่อสู้ที่ทรหด พวกมันรับมือยากกว่าเลสเซอร์วูล์ฟ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์แรงก์ E ที่แข็งแกร่งที่สุดเสียอีก

“ใครกันที่คิดว่านี่เป็นคำร้องแรงก์ E?”

ผมบ่นขณะเก็บส่วนแหลมบนหัวของสเปียร์เมาส์ สิ่งนี้เรียกว่า ‘หัวหอกของสเปียร์เมาส์’

ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาไปใช้ทำอะไร แต่ดูเหมือนการนำมันกลับไปส่งที่กิลด์จะใช้เป็นหลักฐานว่ากำจัดสเปียร์เมาส์จริง หลังผ่านการต่อสู้อันหนักหน่วง การเก็บวัตถุดิบทั้งหมดเป็นงานที่น่าเหนื่อยหน่าย แต่เมื่อคิดว่าแต่ละชิ้นจะกลายเป็นทุนเดินทางไปนครหลวง ก็มีกำลังใจขึ้นมา ผ่านไปพักหนึ่ง ผมก็เก็บเสร็จทั้งหมด

หัวหอกมีรวม 276 ชิ้น แค่รางวัลจากคำร้องก็มากกว่า 1,100,000 กิลแล้ว ไหนจะเงินที่ได้จากการขายพวกมันอีก...

นี่แหละความฝัน! เงินขนาดนั้นจะเอาไปทำอะไรได้ตั้งมากมาย!

ผมคิดพลางเดินทางกลับเอเลีย



“สองร้อยเจ็ดสิบหกตัวเหรอคะ?!”

เสียงของเทเรซาดังก้องไปทั่วกิลด์อันเงียบสงบ เมื่อผมรายงานว่ากำจัดสเปียร์เมาส์ไป 276 ตัว เธอก็นิ่งอึ้ง

โธ่เอ๊ย เลิกแสดงได้แล้ว เธอเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าคำร้องนี้เหมาะกับผม

“ผมเห็นตัวหนึ่ง แล้วไม่นานก็มีอีกหลายตัวโผล่ออกมา สเปียร์เมาส์มีพฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่ใช่ค่ะ!”

...อะไรนะ? ไม่ใช่เหรอ?

← ตอนที่ 1 สารบัญ ตอนที่ 13 →